เมื่อ(เรา)น้องต่ายป่วย
posted on 11 Oct 2005 18:28 by twinrabbits in Rabbitsเย้ๆ สอบเสร็จแล้ว ดีใจสุดๆ อ่า แต่เรื่องเศร้าก็คือ ตอนนี้ป่วยอะ เป็นหวัดมาเป็นอาทิตย์แล้ว ฮือๆ เศร้า ปวดหัวววว ไปสอบวันสุดท้ายเกือบแย่ เดินโงนเงนไปมา เหอๆ น้องต่ายก็ไม่ได้เล่นด้วยหลายวันเลย แต่วันนี้ก็ค่อยยังชั่วแล้วล่ะ ไปหาหมอมาแย้ว หม่ำยาชุดใหญ่ไป จะวันเกิดแล้วด้วย ไม่รู้จะหายทันป่าว ไม่ใช่ไรหรอก เดี๋ยวอดไปฉลอง อิอิ แต่ยังไงก็ปิดเทอมแล้วมีเวลาอีกเป็นอาทิตย์ อิอิ จะฉลองให้หนำใจเยยย
ห่างหายอัพบลอคมาหลายวันเลย วันนี้ค่อยยังชั่วเลยมาอัพซะหน่อย พอตัวเองป่วยขึ้นมาก็เลยนึกถึงน้องต่ายอะ คือน้องต่ายของเรา นู๋เทาอะเคยไม่สบาย ตอนนี้เราเลยต้องระวังเจ้าสองตัวที่บ้านสุดๆ กลัวจะซ้ำรอย เลยมานั่งหาข้อมูลว่าถ้ากระต่ายป่วยต้องทำไงบ้าง ก็ได้ข้อมูลมาเยอะนะ เลยเอามาให้เพื่อนๆ อ่านกันด้วย เพราะถ้าอยากให้น้องต่ายอยู๋กับเรานานๆ เราก็ต้องช่วยกันดูแลสุขภาพให้เขาด้วย ลองอ่านกันดูนะจ้ะ
โรคที่ควรระวังมากที่สุด
1. โรคท้องเสีย 
โรคที่กระต่ายเป็นได้มากที่สุด สาเหตุของการท้องเสียที่พบมากที่สุด มาจากการเปลี่ยนอาหารหลายยี่ห้อให้กระต่ายกินในเวลาเดียวกัน ให้กินผักหลายชนิดในเวลาเดียวกัน และความสกปรกของพื้นกรง โดยเฉพาะการซื้อกระต่ายมาใหม่โดยไม่สอบถามผู้ขายว่าเขาให้กินอาหารอะไรเป็นประจำ เมื่อกระต่ายกินอาหารที่ไม่คุ้นเคย ก็เลยเป็นสาเหตุของการเกิดโรคท้องเสีย
การป้องกัน หากจำเป็นต้องเปลี่ยนอาหารให้กระต่าย ควรให้กินทีละน้อยหรือใช้วิธีผสมกับอาหารเดิมที่กินอยู่ประจำ จนกระต่ายเริ่มชินในอาหารใหม่ที่ให้กิน นอกจากนี้เมื่อระวังเรื่องอาหารแล้วสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือความสะอาดของกรงและสภาพแวดล้อม
อาการของโรค กระต่ายน้อยจะมีอาการซึมเศร้าลง ไม่ค่อยกินอาหารและจนถึงขั้นถ่ายเป็นของเหลวมีกลิ่นเหม็น (ปกติกระต่ายจะถ่ายเป็นก้อนเล็กๆ )
การรักษา โรคท้องเสียนั้นรักษาไม่ยาก โดยเพื่อนๆ สามารถรักษาเองได้ คือเมื่อกระต่ายถ่ายเหลวหรือเป็นน้ำ ให้ใช้กระไกรตัดขนบริเวณที่เลอะอุจจาระออกให้มากที่สุด ห้ามใช้น้ำล้างเพราะการล้างด้วยน้ำจะทำให้เปียก ซึ่งกระต่ายจะเลียตามสัญชาตญาณของมัน การตัดขนบริเวณที่เลอะ จึงช่วยไม่ให้กระต่ายเลียไปบริเวณนั้นซึ่งจะทำให้กระต่ายรับเชื้อโรคเข้าไปโดยตรง เมื่อตัดขนแล้วให้ผสมน้ำเกลือแร่กับน้ำสะอาดให้กระต่ายกินและป้อนยาแก้ท้องเสียให้กิน (ใช้ยาแก้ท้องเสียสำหรับเด็กชนิดน้ำจะได้ผลดี) ประมาณ 1/4 ช้อนชา โดยป้อนวันละ 1 ครั้ง จนอาการดีขึ้นและหายในที่สุด แต่ถ้ายังไม่หายให้รีบพาไปพบสัตว์แพทย์
2. โรคหวัด 
สาเหตุที่กระต่ายน้อยเป็นหวัด เกิดจากการเปลี่ยนของอากาศโดยฉับพลันโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ทำให้กระต่ายโดนละอองฝนบ่อยๆ หรือช่วงอากาศร้อนจัดและหนาวจัดอันส่งผลให้กระต่ายเครียดและเกิดโรคในที่สุด อีกสาเหตุก็คือกระต่ายลงไปเล่นในถ้วยน้ำและแช่น้ำในช่วงอากาศร้อน
อาการของโรค จาม มีน้ำมูกเปรอะบริเวณจมูก ที่อุ้งเท้าด้านในอาจจะมีน้ำมูกจับเป็นก้อนเพราะกระต่ายใช้อุ้งเท้าเช็ดน้ำมูก
การรักษา ใช้ยาแก้ไข้หวัดของเด็ก นำมาให้กระต่ายกินในสัดส่วน 1/4 ช้อนชา วันละ 1 ครั้ง กินติดต่อกัน 3 วัน อาการจะดีขึ้นและหายในที่สุด แต่ถ้ายังไม่หายให้รีบพาไปพบสัตว์แพทย์
3. โรคเชื้อรา 
เชื้อราแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ Microsporum และ Tricho Phyton เป็นเชื้อราที่เกิดบริเวณผิวหนังและขน คนและกระต่ายเป็นพาหะนำโรคที่สามารถถ่ายทอดสู่กันได้ เชื้อราชนิดนี้มักเกิดกับลูกกระต่ายโดยได้รับเชื้อโดยตรงจากแม่
อาการของโรค ติดเชื้อที่ผิวหนังคล้าย "ขี้กลาก" ทำให้ขนร่วง ผิวหนังหนา แห้งเป็นสะเก็ด มีสีเหลือง มักเกิดบริเวณ จมูก ตา หนังตา เอท้าและอื่นๆ ในร่างกาย ลักษณะแผลเป็นวงกลมเล็กๆ สะเก็ดแล้วขยายใหญ่ขึ้นเป็นก้อน
การรักษา
1. ยาทา ในกระต่ายที่มีติดเชื้อไม่มากก็ใช้ยาทาบริเวณเฉพาะ ได้แก่ Henetidine
2. ยากินหรือประเภทดูดซึม จะใช้กับกระต่ายที่ติดเชื้อมาก ได้แก่ ยา Grissofulvin จำนวน 12 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ต่อวัน จำนวน 15 วัน หรือใช้ Grissofulvin ผสมอาหารอัดเม็ด 0.37 กรัมต่ออาหาร 1 ปอนด์ให้กินเป็นเวลา 14 วัน และในระหว่างการให้ยาควรผสมผงฆ่าเชื้อรา (ซัลเฟอร์) ในรังคลอด
กระต่ายน้อยเป็นสัตว์ที่ไม่แสดงอาการถึงแม้มันจะเจ็บป่วย กว่าเราจะรู้กระต่ายน้อยก็อาจจะเป็นหนักแล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อนๆ ต้องสังเกตอาการกระต่ายน้อยอย่างสม่ำเสมอว่ามีอาการผิดปกติหรือเปล่า ถ้ามีให้รีบรักษาให้เร็วที่สุด หรือพาไปพบสัตว์แพทย์ให้เร็วที่สุดจ้า
ที่กล่าวมาทั้ง 3 โรคเป็นโรคที่พบบ่อย แต่ก็ยังมีโรคอื่นอีกที่กระต่ายน้อยอาจจะเป็นได้ คราวหน้าจะมาเล่าต่อละกันนะจ้ะ วันนี้ไปนอนต่อก่อนน้า เริ่มมึนๆ เหอๆ 

edit @ 2005/10/12 09:39:16

ง่าๆกระต่ายนู๋ตายหมดเลยทั้ง3ตัวแงๆๆๆ

อ่ะจ้ากก ขอบคุงน่ะครับ
*ฮุๆๆ แอบกรี๊ด ตัว qoo น่ารักจังเลย*
#1 By ryoji on 2005-10-18 12:28